
บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตสเตนเลสรีดเย็นรายเดียวในประเทศ และเป็นผู้นำในตลาดสเตนเลสรีดเย็นในภูมิภาคอาเซียน โดยได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2533 และเริ่มดำเนินการผลิตตั้งแต่ปี 2536 ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสเตนเลสรีดเย็นเกรดต่างๆ ในรูปแบบม้วน แผ่น และแผ่นแถบ ซึ่งหากจะแบ่งผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ ตามโครงสร้างทางจุลภาคจะสามารถแบ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ออกได้เป็น 2 ชนิด หลักๆ ได้แก่ (1) สเตนเลสเย็นประเภทออสเตนิติก (Cold Rolled Austenitic Stainless Steel) และ (2) สเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก (Cold Rolled Ferritic Stainless Steel) ซึ่งสเตนเลสทั้งสองประเภทดังกล่าวเป็นที่นิยมใช้มากที่สุด โดยคิดเป็นประมาณร้อยละ 90 ของสเตนเลสทั้งหมดที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ สเตนเลสรีดเย็นของบริษัทฯ จะมีความหนาและขนาดแตกต่างกันไปตามความต้องการของลูกค้า
รูปแบบของผลิตภัณฑ์ เหล็กสเตนเลส (Stainless Steel) เป็นศัพท์ทั่วไปที่ใช้เรียกเหล็กกล้าในกลุ่มที่มีความต้านทานการกัดกร่อน ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นเหล็กกล้าที่มีส่วนผสมของโครเมียม (Chromium) อย่าง น้อยร้อยละ 10.5 โดยโครเมียมจะทำหน้าที่สร้างฟิล์มปกป้องที่เหมือนเกราะป้องกันการกัดกร่อน เพื่อป้องกันมิให้พื้นผิวเหล็กสามารถทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศเกิดเป็นฟิล์มออกไซด์บนผิวโลหะ และทำให้สภาพพื้นผิวเหล็กผุกร่อน หรือที่เรียกว่าเป็นสนิม ทั้งนี้ บริษัทฯ จะทำการผลิตและจัดจำหน่ายสเตนเลสรีดเย็นเกรดต่างๆ ในรูปแบบแผ่นม้วน แผ่นแถบ โดยหากจะแบ่งผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ ตามโครงสร้างทางจุลภาคจะสามารถแบ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่
(1) สเตนเลสรีดเย็นชนิดออสเตนิติก (Cold Rolled Austenitic Stainless Steel)
(2) สเตนเลสรีดเย็นชนิดเฟอร์ริติก (Cold Rolled Ferritic Stainless Steel)
ซึ่งสเตนเลสทั้งสองประเภทดังกล่าวเป็นประเภทที่นิยมใช้มากที่สุดโดยคิดเป็นประมาณร้อยละ 90 ของสเตนเลสทั้งหมดที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้สเตนเลสรีดเย็นของบริษัทฯ จะมีขนาดความหนาตั้งแต่ 0.30 มม. ถึง 3.00 มม. และมีความกว้างตั้งแต่ 30 มม. ถึง 1,265 มม.
สเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติก ซึ่งเป็นสเตนเลสที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากสเตนเลสประเภทออสเตนิติก มีความต้านทานการกัดกร่อนสูง มีความยืดหยุ่น ไม่มีคุณสมบัติเป็นแม่เหล็ก ทำความสะอาดได้ง่ายและถูกหลักอนามัยในทุกขั้นตอนการใช้ทนความร้อน ความเย็น และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโดยฉับพลันได้ดีดังนั้นสเตนเลสประเภทนี้จึงถูกนำไปใช้ ในหลายอุตสาหกรรม สเตนเลสประเภทออสเตนิติกมีส่วนผสมของนิกเกิลในปริมาณร้อยละ 1-14 และมีส่วนผสมของโครเมียมในปริมาณร้อยละ 16-25 ทั้งนี้เนื่องจากสเตนเลสประเภทออสเตนิติกมีความคงทน และต้านทานต่อการกัดกร่อนมากกว่าสเตนเลสประเภทเฟอร์ริติก ดังนั้นกว่าร้อยละ 70 ของสเตนเลสที่ใช้ในแถบเอเชียเป็นสเตนเลสประเภทออสเตนิติก โดยบริษัทฯ มีการผลิตสเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติก เกรด 304304L และ 316L โดยแบ่งตามผิวเป็น 4 ประเภท ได้แก่
- สเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติก No.1 (สเตนเลสผิวด้าน)
- สเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติก 2D (สเตนเลสผิวด้านมาก)
- สเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติก 2B (สเตนเลสผิวเงา)
- สเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติก BA (สเตนเลสผิวมันเงา)
อนึ่ง สเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติก จะมีราคาสูงกว่าสเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก เนื่องจากมีส่วนผสมของนิกเกิล ที่มีราคาสูงกว่าและมีความผันผวนมากกว่า บริษัทฯ ผลิตสเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติกเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 67 ของสเตนเลสรีดเย็นทั้งหมดที่ผลิตได้ในปี 2563
สเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก เป็นสเตนเลสที่ไม่มีส่วนผสมของนิกเกิล จึงมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนปานกลาง โดยมีส่วนผสมของคาร์บอนต่ำ มีส่วนผสมของโครเมียมในปริมาณร้อยละ 16-18 และมีคุณสมบัติแม่เหล็กดูดติด โดยบริษัทฯ มีการผลิตสเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติกเกรด 409 430 และ 439 โดยแบ่งตามผิวเป็น 4 ประเภท ได้แก่
- สเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก No.1 (สเตนเลสผิวด้าน)
- สเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก 2D (สเตนเลสผิวด้านมาก)
- สเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก 2B (สเตนเลสผิวเงา)
- สเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก BA (สเตนเลสผิวมันเงา)
บริษัทฯ ผลิตสเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติกเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 33 ของสเตนเลสรีดเย็นทั้งหมดที่ผลิตได้ในปี 2563
คุณสมบัติหลักๆ ที่มีความแตกต่างกันระหว่างสเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติก และสเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก คือ สเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติกจะสามารถยืดตัวได้ดีกว่า ซึ่งจะส่งผลให้มีคุณสมบัติในการขึ้นรูปได้ดีกว่าสเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก จึงทำให้มีความเหมาะสมที่จะใช้ผลิตอุปกรณ์ที่ต้องการคุณสมบัติการขึ้นรูปเย็นสูง เช่น ช้อนส้อม เครื่องครัว ภาชนะหุงต้ม อ่างล้างจาน และท่อ เป็นต้น นอกจากนี้ สเตนเลสรีดเย็นประเภทออสเตนิติกยังทนต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่าสเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก ในขณะเดียวกัน สเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติกจึงถูกนำไปใช้ในงานที่ไม่ต้องการการขึ้นรูปลึก และสำหรับงานที่ไม่ต้องการความต้านทานการกัดกร่อนสูง
นอกจากคุณสมบัติที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวแล้ว สเตนเลสประเภทออสเตนิติกจะมีราคาที่สูงกว่า และมีความผันผวนกว่าสเตนเลสรีดเย็นประเภทเฟอร์ริติก ทั้งนี้เนื่องจากสเตนเลสประเภทออสเตนิติก จะมีส่วนผสมของนิกเกิลอยู่ด้วย ซึ่งโลหะนิกเกิลมีราคาแพง และความผันผวนของราคาค่อนข้างสูง รูปต่อไปนี้แสดงถึงตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ในรูปแบบต่างๆ
การจัดหาผลิตภัณฑ์หรือการผลิต
บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตสเตนเลสรีดเย็นรายเดียวในประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตเหล็กรายอื่นในประเทศจะเป็นเหล็กกล้าคาร์บอน ซึ่งต่างจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ โดยสิ้นเชิงทั้งตลาดการ ใช้งานและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
กระบวนการผลิตที่ทันสมัยทำให้สเตนเลสรีดเย็นของบริษัทฯ มีความต้านทานการกัดกร่อนดีเยี่ยม มีพื้นผิวสวยงามเรียบเสมอกัน และ มีความหนาเท่ากันตลอดแผ่น โดยสเตนเลสรีดเย็นของบริษัทฯ มีหลายเกรดให้เลือกตามความต้องการและความเหมาะสมในการใช้งาน ของลูกค้า ซึ่งบริษัทฯ ได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคเพื่อที่จะคัดเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด สเตนเลสรีดเย็นของบริษัทฯ ผลิตจากวัตถุดิบที่เลือกสรรแล้วและใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ซึ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการ รับรองกระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล ISO 9001:2008 และเป็นสเตนเลสรีดเย็นที่ได้รับการผลิตตรงตามมาตรฐานสากล เช่น มาตรฐานอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (JIS) สมาคมทดสอบและวัสดุอเมริกา (ASTM) มาตรฐานทวีปยุโรป (EN) และมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทย (TIS) ตารางต่อไปนี้แสดงสเตนเลสรีดเย็นเกรดต่างๆ ของบริษัทฯ รวมถึงรายละเอียด การใช้งานและคุณสมบัติของสเตนเลสรีดเย็นเกรดต่างๆ

คุณสมบัติทั่วไปและการใช้งานของผลิตภัณฑ์ออสเตนิติก
| เกรด | ผิวสำเร็จ | ความหนา | คุณลักษณะ | การใช้งาน |
|---|---|---|---|---|
| 301 | 2D,2B BA |
0.3 - 3.0 0.3 - 1.6 |
ความแข็งแรงสูง |
|
| 304 | 2D,2B BA |
0.3 - 3.0 0.3 - 1.6 |
ทนต่อการกัดกร่อน ขึ้นรูป และเชื่อมได้ดีมาก และง่ายต่อการทำความสะอาด |
|
| 304L | 2D,2B BA |
0.3 - 3.0 0.3 - 1.6 |
ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีมาก และทนต่อการเกิดเซ็นซิไทเทชั่น และเชื่อมได้ดี |
|
| 316 | 2D,2B BA |
0.3 - 3.0 0.3 - 1.6 |
ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะแบบรูเข็ม และมีความแข็งแกร่งที่อุณหภูมิสูงเมื่อเพิ่มโมลิบดินัม |
|
| 316L | 2D,2B BA |
0.3 - 3.0 0.3 - 1.6 |
การมีคาร์บอนน้อย ทำให้ทนต่อการกัดกร่อนรอบขอบเกรนได้ดีเยี่ยมกว่าเกรด 316 |
|
| 321 | 2D,2B BA |
0.3 - 3.0 0.3 - 1.6 |
เพิ่มไทเทเนียม ทำให้ทนต่อการกัดกร่อนรอบขอบเกรนมากขึ้น |
|
| 304J1 | 2D,2B BA |
0.3 - 3.0 0.3 - 1.6 |
เพิ่มความสามารถในการขึ้นรูปโดยการเติมทองแดง |
|